ไม่มีฟุตบอลเตะ น้ำหนักคงขึ้นแน่นอน

      เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สารภาพว่าหากฟุตบอลกลับมาแข่งกันอีกครั้ง อาจเห็นเขาอ้วนขึ้น 

   สื่อข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 31 มีนาคม ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอลา เฮดโค้ชชาวสแปนิชของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาย้ำให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้านในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด พร้อมกับเปิดเผยแบบติดตลกว่า ตอนนี้น้ำหนักของเขาเพิ่มขึ้นแล้ว

      “เวลานี้เราต้องเชื่อฟังคำแนะนำจากหมอ และพยาบาล แฟนบอลทุกคนคือครอบครัวของเรา พวกเรากำลังทำหลายสิ่งหลายอย่างให้กับพวกคุณได้รู้สึกดีขึ้น แน่นอนว่าเราจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม และใจดีกว่าเดิม อีกอย่างคืออ้วนขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นโปรดอยู่แต่ในบ้าน และอย่าออกไปไหน เราไม่อยากให้คุณติดเชื้อ” อดีตผูจัดการทีมบาร์เซโลนา พูด

      ดังนั้นหากไม่มีคำสั่งเลื่อนอีกครั้งเนื่องจากศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก ก็จะกลับมาหวดแข้งกันในวันที่ 30 เมษายนนี้ โดยทีมของเป๊ป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังรั้งอันดับ 2 ตามหลังผู้นำหงส์แดง 25 แต้ม.

สื่อดังโหม ปะทุเดือด 4 ยักษ์พรีเมียร์ลีก รุมแย่งคว้า “คูตินโญ”

      เรียกได้ว่าปะทุเดือดนอกสนามกันเลยทีเดียว เมื่อสื่อชื่อดังแดนผู้ดี ออกมาประโคมข่าวว่า 4 ทีมชั้นนำแห่ง พรีเมียร์ลีก รุมคว้าตัว “ฟิลิปเป คูตินโญ” ห้องเครื่องเลือดแซมบ้า มาปั้นเกมแดนกลาง

      สื่อข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 22 มีนาคม ว่า 4 ทีมชื่อดังแห่ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่าง “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี, “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล และ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ตกเป็นข่าว หวังกระชากตัว ฟิลิปเป คูตินโญ กองกลางทีมชาติบราซิล มาร่วมทีมในช่วงฤดูร้อนนี้

      เป็นที่เข้าใจกันว่า ฟิลิปเป คูตินโญ ย้ายจาก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไปร่วมทีม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เมื่อช่วงเดือนมกราคมปี 2018 ด้วยค่าตัว 142 ล้านปอนด์ แต่กระนั้นตัวเขากลับไม่สามารถรังสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ตามที่คาดหวังจนถูกปล่อยตัวให้กับ

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ยืมตัวไปไปใช้งาน แต่กระนั้นหลายสื่อคาดการณ์เอาไว้ว่า ยักษ์ใหญ่แห่งลีกเมืองเบียร์จะไม่ใช่ออปชั่นซื้อขาด

    ปัจจุบัน Daily Star สื่อชื่อดังออกมาประโคมข่าวว่า 4 ทีมชั้นนำดังกล่าว ต่างหวังที่จะคว้าตัวดาวเตะวัย 27 ปีรายนี้มาร่วมทีม แต่กระนั้นเป็นที่เชื่อกันว่าน่าจะเป็นการยืมตัวมาใช้งานก่อนมากกว่าเนื่องจากไม่มีสโมสรใดเต็มใจที่จ่ายเงินค่าตัวจำนวนมหาศาลเพื่อเป็นค่าตัวของเขา

“ริชาร์ลิสัน” เอาฮาตัดทรงผมในตำนานโรนัลโด้

      ริชาร์ลิสัน ดาวยิงทีมชาติบราซิลของ เอฟเวอร์ตัน ที่แยกตัวออกจากเพื่อนร่วมทีมเก็บตัวในบ้านตัวเอง หลังการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถูกระงับการแข่งเนื่องจากป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา (โควิด-19)
 
โดยดาวเตะวัย 22 ปี ที่ว่างจัดหลังไม่มีโปรแกรมต้องลงสนามได้ตัดผมทรงใหม่ของตัวเอง ก่อนโชว์ลงในอินสตาแกรม ซึ่งทรงผมดังกล่าวก็คือการไถให้เหลือแต่ข้างหน้า หรือที่หลายคนเรียกว่า “ไดโกโระ” ที่ โรนัลโด้ ตำนานบราซิล เคยตัดในศึกฟุตบอลโลก 2002

ต่อจากนี้ ศูนย์หน้าเอฟเวอร์ตัน ได้แท็กไปถึง ตำนานกองหน้าชาวแซมบ้า เพื่อจะให้ดาวเตะรุ่นพี่ได้เห็นถึงทรงผมที่ตัดเอาอย่าง ก่อนที่มันจะกลายเป็นกระแสจนมีแฟนๆ ตัดตามกันเป็นแนว

เนื่องจากทรงผมดังกล่าวนั้น อดีตดาวเตะวัย 43 ปี เปิดเผยว่าที่ตัดสินใจตัดในครั้งนั้นก็เพราะต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของสื่อ ข้างหลังมีกระแสว่ามีอาการบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าตัวไม่ต้องการให้สื่อมาสนใจเกี่ยวกับการเจ็บเข่า จึงตัดสินใจตัดผมทรงประหลาด

แน่นอนมันดึงเป้าความสนใจได้จริงๆ และมันทำให้เจ้าตัวมีสมาธิกับการแข่งขันมากขึ้น จนสุดท้ายสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ ที่สำคัญในทัวร์นาเมนต์นั้นเจ้าตัวยังยิงไป 8 ประตู คว้าดาวซัลโวมาครองได้อีกด้วย

“คาร์ราเกอร์” จวกยับ 1 สตาร์ลิเวอร์พูล ฟอร์มไม่กระเตื้อง

เจมี คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลัง “ลิเวอร์พูล” ยอดทีมแดนผู้ดี ออกมาจวกแหลก 1 สตาร์คนดังของทีมเก่า ว่าฟอร์มไม่กระเตื้องและไม่พัฒนาขึ้นเท่าที่ควร

      สื่อข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 17 มีนาคม ว่า เจมี คาร์ราเกอร์ กองหลังระดับตำนานของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาจวกแหลก เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครเอเชีย ดีกรีรองแชมป์โลก 2018 ว่าฟอร์มไม่กระเตื้องและไม่พัฒนาขึ้นเท่าที่ควร

เป็นที่เข้าใจกันว่า ตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมา ตัวเขาแทบตกสำรวจเป็นลำดับสุดท้ายของลูกทีม เยอร์เกน คลอปป์ ที่นิยมใช้ เวอร์จิล ฟานไดค์ ยืนพื้นเป็นตัวหลัก โดยคู่พาร์ตเนอร์นั้นจะเป็น โจ โกเมซ บางครั้งก็สลับด้วย โจเอล มาติป

ที่ได้รับโอกาสตามสถานการณ์ถ้าหากมีใครได้รับบาดเจ็บหรือติดโทษแบน และเมื่อเขาได้รับโอกาสก็มักจะมีความผิดพลาดให้เห็นรวมถึงเกมที่เปิดซิงพ่ายแพ้ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด ขาดลอยถึง 0-3

ปัจจุบันเจมี คาร์เราเกอร์ ออกมากล่าวว่า “ผมดูการเล่นของเขา (เดยัน ลอฟเรน) มานานแล้ว ซึ่งเขามักจะก่อความผิดพลาดแบบเดิมๆ และเป็นแบบนั้นเรื่อยมา ผมเห็นเขาต้องการดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับผู้เล่นฝั่งตรงข้าม อย่างในซีซั่นนี้ เขาดวลกับ แฮร์รี เคน และทาง เดยัน ลอฟเรน เองก็เสียท่า เขาอายุ 30 ปีแล้วนะ แต่เขายังทำพลาดแบบเดิม ตลอดจนการตัดสินใจอื่นๆ ที่เขาควรจะรู้ได้แล้วควรทำยังไง”